ประจำเดือน
ประจำเดือน หรือในภาษาอังกฤษเรียกว่า Menstruation ทำให้ในบ้านเราเรียกอีกอย่างว่า เมนส์ คือเลือดที่มาจากการหลุดลอกในเยื่อบุโพรงมดลูก มีฮอร์โมนสองชนิดได้แก่ Estrogen และ Progesterone ซึ่งควบคุมการสร้างและหลุดลอกของเยื่อบุโพรงมดลูก โดยระดับฮอร์โมนทั้งสองจะเกี๋ยวข้องกับการตกไข่จากรังไข่ โดยแต่ละรอบประจำเดือนจะใช้ช่วงเวลาประมาณ 26 ถึง 30 วัน ขึ้นอยู่กับแต่ละคน ซึ่งแต่ละคนอาจจะไม่เหมือนกัน สำหรับทั่วไปจะมี ประจำเดือน ก็คือประมาณเดือนละครั้ง
สาเหตุของการปวดประจำเดือน
ช่วงที่มีประจำเดือน จะเกิดอาการปวดท้องน้อยในระหว่างเริ่มมีประจำเดือน 8-48 ชั่วโมง เนื่องจากร่างกายมีการหลั่งสาร โพรสแตกแลนดิน ออกมา จึงเกิดการการหดรัดตัวของกล้ามเนื้อมดลูก ทำให้หลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงมดลูกมีการหดเกร็งร่วมด้วยมีอาการปวดเมื่อยหลัง อ่อนเพลีย ไม่อยากอาหาร คลื่นไส้อาเจียน ถ่ายอุจจาระเหลว ปวดหัว ซึมอยากแต่จะนอน เหมือนจะเป็นลม ความสนใจต่อสิ่งต่างๆ ลดลง บางรายงานการศึกษาเชื่อว่า สตรีวัยรุ่นจะไม่มีความสุข ทุกข์กับอาการปวดประจำเดือนมากกว่ากลุ่มที่ปวดก่อนมีประจำเดือน แต่ผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ หรือวัยใกล้หมดประจำเดือนจะไม่สบาย ทุกข์กับกลุ่มที่ปวดก่อนมีประจำเดือนมากกว่าวัยรุ่นสตรีที่มีอาการก่อนมีประจำเดือนหรือปวดประจำเดือน โดยส่วนมากจะเห็นว่าเป็นเรื่องปกติของหญิงวัยเจริญพันธุ์ ไม่ได้คิดว่าเป็นกังวลในสุขภาพของผู้หญิง และไม่แสวงหาการตรวจเพียงแค่หาวิธีในการบรรเทาอาการไปในแต่ละเดือน เช่น พักผ่อนนอนหลับ การรับประทานยาแก้ปวด การประคบน้ำอุ่น มักจะปล่อยทิ้งไว้เป็นเวลานานมากๆ จึงไปรับการตรวจรักษา และในปัจจุบันมีหนทางในการตรวจรักษาและให้การรักษากลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือน โดยการใช้ยาและสารอาหารที่มีแคลเซียม แมกนีเซียม วิตามินบี
ขั้นตอนการบรรเทาอาการปวดประจำเดือน
วิธีการบรรเทาอาการก่อนมีประจำเดือนและอาการปวดประจำเดือน สตรีส่วนมาก ใช้ยาในการเยียวยาอาการปวดท้องก่อนมีประจำเดือนหรือระหว่างมีประจำเดือนโดยเป็นการรับประทานยาเอง ยาที่ใช้ได้แก่ paracetamol,ไอบูโพรเฟน ,metfenamic acid,buscopan โดยมีการวิจัยในต่างประเทศพบว่า หญิงวัยรุ่น 90% ใช้ยาในการบรรเทาอาการปวดท้องเอง ส่วนมากจะใช้ ไอบูโพรเฟน ร้อยละ 54 paracetamol ร้อยละ 41 ไมดอล ร้อยละ 28 และ Naprosyn ร้อยละ 17 ยาเหล่านี้เป็นยาในกลุ่มระงับปวด หรือยาแก้อักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์มีผลในการบรรเทาอาการปวด เพราะมีการบีบตัวของกล้ามเนื้อมดลูกได้โดยยากลุ่มต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์จะไปยับยั้งการสร้างสาร โพรสแตกแลนดิน การปฏิบัติในการบรรเทาอาการก่อนมีประจำเดือน ส่วนวิธีการบรรเทาอาการปวดประจำเดือน ซึ่งใช้ขั้นตอนอื่นๆ ได้แก่ การประคบกระเป๋าน้ำร้อน การดื่มน้ำอุ่น บีบนวดด้วยตัวเอง การออกกำลังกายแบบแอโรบิค โยคะ หรือนอนพัก โดยเป็นวิธีที่ผู้หญิงส่วนมากนิยมใช้เพื่อเยียวยาอาการปวดประจำเดือน โดยสตรีร้อยละ 84 ใช้วิธีนอนหลับ 75% อาบน้ำอุ่น 50% ประคบร้อน ร้อยละ 47 ดูโทรทัศน์ และร้อยละ 30 ออกกำลังกาย โดยวิธีการพวกนี้นั้นช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือนได้ดีทีเดียว